Care 的个人资料CARE'S Space照片日志列表更多 工具 帮助

Eiei Care

职业
地点
兴趣

CARE'S Space

第 1 张,共 41 张
9月29日

Banofie Pie

สูตร Banofie Pie By คุณวรรณ a little Catz

 

เห็นแล้วน่ากินมาก ถ้าว่างๆจะลองทำดู (หวังว่าจะอร่อยนะ)อิ

ส่วนผสม
-
แครกเกอร์ 180 กรัม (วรรณใช้ 150 กรัมค่ะ)
-
เนยละลาย 5 ช้อนโต๊ะ (วรรณใช้ 9 ช้อนโต๊ะ ตัดออกมายังร่วนเลยค่ะ...5 ช้อนนี่คงไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะร่วนขนาดไหน เหอ เหอ)
-
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (วรรณไม่ใส่ค่ะ แครกเกอร์เค็มพอแล้วค่ะ ^^)
-
ช๊อกโกแล็ตชิป 150 กรัม (วรรณใช้ดาร์คช๊อค 100กรัม มิลค์ช๊อค 50 กรัมค่ะ)
-
นมสดจืด 50 กรัม (วรรณใช้วีปครีมแทนค่ะ)
-
กล้วยหอม 3 ลูก
-
น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม
-
เนยสดชนิดจืด 30 กรัม
-
นมข้นหวาน 60 กรัม
-
ผงอบเชยป่น 1/8 ช้อนชา (วรรณไม่ได้ใส่ค่ะ)
-
วีปครีม 1 ถ้วยตวง (วรรณเพิ่มเป็น1+1/2 ถ้วยตวงค่ะ)
-
มาสคาโปเนชีส 50 กรัม (วรรณเพิ่มเป็น 80 กรัมค่ะ)
ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า

 

วิธีทำ

1. ใช้แครกเกอร์ RITZ ขนาดซองละ 100 กรัม 1+1/2 ซองนะคะ จะได้ 150 กรัม นำแครกเกอร์ไปป่นให้ละเอียด ใส่เนยละลาย 9 ช้อนโต๊ะคลุกให้เข้ากัน คลุกให้เข้ากันแล้วนำไปกรุลงบนพิมพ์ถอดก้นขนาด 2 ปอนด์ค่ะ กรุให้แน่นๆจริงๆ ตามสูตรเค้าให้นำเข้าแช่เย็นค่ะ แต่วรรณอยากได้ความหอมของแครกเกอร์ เลยเอาเข้าอบไฟ 160 องศา 10 นาทีค่ะ
เมื่ออบแครกเกอร์สุกแล้วก็พักไว้ให้เย็นค่ะ

2. มาทำช๊อกโกแลตราดกันค่ะ ใช้ดาร์คช๊อค 100 กรัม กับ มิล์คช๊อค 50 กรัม วีปครีม 50 กรัม ตุ๋นรวม

กันค่ะ คนให้เข้ากัน วรรณแอบใส่เนยไป 1 ช้อนชา เพื่อความเงาสวยค่ะ ทิ้งช๊อกโกแล็ตให้อุ่นๆ แล้วนำมาเทลงบนครัสต์ที่อบไว้ค่ะ เสร็จแล้วนำเข้าแช่เย็น

 

3. ระหว่างนี้ก็มาทำส่วนกล้วยเคลือบคาราเมลกันค่ะ โดยนำกล้วยหอม 3 ลูกมาหั่นเตรียม

4. น้ำตาล 60 กรัม จะใช้น้ำตาลทรายขาว 30+น้ำตาลทรายแดง 30 ก็ได้นะคะ นำไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวให้เป็นคาราเมล แต่วรรณแอบใส่นมข้นจืดไป 10 กรัมค่ะ แหะๆ คือกลัวจะทำน้ำตาลไหม้อ่ะค่ะ ^^     แล้วก็ใส่เนย และนมข้นหวานลงไป ปิดไฟ คนให้เข้ากันค่ะ นำกล้วยที่หั่นไว้ลงไปคลุก แล้วก็นำไปเรียงบนครัสต์ที่ราดช๊อคโกแลตค่ะ

5. แล้วก้นำเข้าตู้เย็น
ระหว่างนี้มาตีครีมรอกันค่ะ ใช้วีปครีม+มาสคาโปเนชีสนะคะ
หน้าตาของมาสคาโปเน ชีสค่ะ (วรรณอ่านมาสคาโปนมาตลอด แหะๆ) 200 กรัม 107 บาทค่ะ ราคาพอๆกะครีมชีส วันหลังซื้อมาทำทีรามิสุมั่งดีกว่า ^^ วีปครีม มาสคาโปเนชีส + ไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะค่ะ (อันนี้วรรณเพิ่มเองนะคะ) ตีให้ขึ้นฟูค่ะ อากาศเย็นๆแบบนี้ตีวีปครีมได้ง่ายมากเลยค่ะ

6. แล้วก็นำไปปาดบนตัวพาย แล้วนำเข้าแช่เย็นไว้สักครึ่งชั่วโมงนะคะ หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป ก็นำเค้กออกจากพิมพ์ โดยใช้สปาร์ตูลาร์แซะขอบๆเค้ก แล้วดันก้นพิมพ์ขึ้นมาค่ะ แล้วก็โรยผงโกโก้ให้ทั่วค่ะ

 

7月20日

Trip OF The Year

ปีนี้มีที่ที่อยากไปตั้งหลายที่ ไปเที่ยวไหนดีน้า
1. เกาะล้าน พัทยา แอนด์ ริปปี่ สำหรับทริปฤดูฝนก่อนเปิดเทอมสอง
  2-3วัน
     จะมีใครไปมั๊ยเนี่ย เฮ้อ...
 
ฤดูหนาว 5 วัน 6 คืน ( ทริปนี้คงต้องไปชวนกมลา )
2. ดอยผ้าห่มปก-ดอยเชียงดาว,เชียงใหม่
    
3. ห้วยน้ำดัง-ปาย-ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน 
 
อยากไปจัง ใครอยากไปด้วย ก้อบอกได้น่ะ...
3月21日

ขนมเค้กที่ชอบ

สตรอเบอรี่ชีสพาย

ส่วนผสมแป้งพาย
แครกเกอร์บดละเอียด 150 กรัม
เนยจืดละลาย 80 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดผสมให้เข้ากันดี กรุลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้อยู่ตัว

ซอสสตรอเบอรี่
น้ำตาลทราย 80 กรัม
น้ำ 50 กรัม
สตรอเบอรี่สด 200 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ
นำน้ำและน้ำตาลทรายใส่หม้อตั้งเตา เคี่ยวจนเหลือเพียงครึ่งเดียวปิดไฟปล่อยให้อุ่นนำไปปั่นกับสตรอเบอรี่ให้ละเอียด
ใส่น้ำมะนาวคนให้เข้ากันนำมากรองแล้วเก็บใส่ขวดไว้ในตู้เย็น

ส่วนผสมครีมชีส
ครีมชีส 125 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 60 กรัม
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 50 กรัม
น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนชา
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
สตรอเบอรี่สด 24 ผล

วิธีทำ
1. ตีครีมชีสกับน้ำตาลทรายให้เป็นครีม
2. ใส่โยเกิร์ตและบีบน้ำมะนาวตีให้เข้ากัน
3. ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอดอ่อน
4. นำครีมชีสผสมกับวิปปิ้งครีมให้เข้ากัน
5. นำครีมที่ได้ใส่ในแป้งพายที่อยู่ตัวแล้วให้ทั่วพิมพ์ นำสตรอเบอรี่ผ่าครึ่งแล้วตกแต่งด้านบนครีมให้สวยงามนำไปแช่เย็น
ก่อนรับประทานราดด้วยซอสสตรอเบอรี่

โอรีโอชีสเค้ก

ส่วนผสมฐาน
โอรีโอบดละเอียด            250 กรัม
เนยจืดละลาย                  100 กรัม

วิธีทำ
นำโอรีโอบดละเอียดกับเนยละลายผสมให้เข้ากันดี
กรุลงในพิมพ์ให้แน่นนำไปแช่ตู้เย็นจนอยู่ตัว

ส่วนผสมชีสเค้ก
ครีมชีส                          200 กรัม
น้ำตาลทรายบด                50 กรัม
น้ำมะนาว                          2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ           1 ถ้วย
เจลาติน                             4 แผ่น
วิปปิ้งครีม Rich’s      200 กรัม

วิธีทำแป้งพาย
1.
นำเจลาตินแผ่นแช่น้ำรอนิ่มนำไปตุ๋นจนละลายพักไว้จนอุ่น
2. ตีครีมชีสกับน้ำตาลทรายบดจนขึ้นฟู เติมน้ำมะนาว และโยเกิร์ต ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เติมเจลาตินที่ละลายอุ่นแล้วผสมให้เข้ากันพักไว้
3. ตีวิปปิ้งครีมจนตั้งยอด นำไปผสมกับส่วนของครีมชีสให้เข้ากัน
4. นำส่วนผสมครีมชีสที่ได้ใส่ฐานโอรีโอที่แช่ตู้เย็นไว้แล้วปาดหน้าให้เรียบตกแต่งหน้าให้สวยงามด้วยโอรีโอ ต่อจากนั้นนำพลาสติกปิดให้รอบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้อยู่ตัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือทิ้งไว้ข้ามคืนก่อนรับประทาน

สูตรโดย Fagor Family Club

 

เอแคลร์

ส่วนผสม
เนยสดชนิดเค็ม            1/2

ถ้วยตวง
น้ำ                                   1 ถ้วยตวง
แป้งสาลีเอนกประสงค์      1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ (เบอร์ 2)                4 ฟอง

วิธีทำ
1. นำเนยสดและน้ำใส่หม้อตั้งไฟปานกลางพอส่วนผสมละลายหมดและน้ำเดือดพล่าน ใส่แป้งลงไปคนเร็วๆ นำมาเทใส่อ่างผสมตีพร้อมกับไข่ทีละฟองจนเข้ากันดี นำส่วนผสมที่ได้ใส่กรวยหรือถุงบีบแล้วบีบเป็นรูปร่าง ต่างๆ เช่น รูปยาว, กลม หรือตัวห่าน บนถาดที่ทาเนยขาวไว้แล้ว
2. นำเข้าเตาอบไฟฟ้า FAGOR โปรแกรมไฟบนไฟล่างที่อุณหภูมิ 200°C นานประมาณ 15-20 นาที

ส่วนผสมไส้เอแคลร์

นมข้นจืด
2 กระป๋อง
น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
แป้งข้าวโพด ½ ถ้วยตวง
ไข่แดง 2 ฟอง
ครีมข้น (Thick Cream) 1 กระป๋อง
เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำน้ำตาลทราย, แป้งข้าวโพด ผสมให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ ใส่นมข้นจืดทีละน้อยจนหมด ใส่ไข่แดงที่ตีพอแตก และครีมข้นคนให้เข้ากัน นำไปตุ๋นจนข้น ใส่เนยละลายและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากันแล้วยกลง พักให้เย็น
2. ตักไส้ครีมใส่กรวยกระดาษ บีบใส่แป้งที่อบเตรียมไว้แล้ว จัดเสิร์ฟ

เกร็ดความรู้
1.
จะเอาแป้งข้าวโพดใส่ทีหลังก็ได้ โดยแบ่งนมไว้ละลายบ้าง
2.
ถ้าต้องการรสช็อคโกแลต ก็ใส่ผงช็อคโกแลตลงในส่วนผสมครีมหรือจะใส่กาแฟก็ได้
3.
ถ้านำเอาแป้งตัวเอแคลร์นี้ไปทอดก็จะเป็นขนมทองพลุ

สูตรโดย สถาบันแม่บ้านทันสมัย

 

ช็อกชิพคุกกี้

ส่วนผสม

แป้งเอนกประสงค์                                    150 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม                                          70 กรัม
ชอร์ทเทนนิ่ง ตราคริสโกบัตเตอร์เฟเวอร์     50 กรัม
น้ำตาลทรายขาว                                        40 กรัม
น้ำตาลทรายแดง                                       60 กรัม
เบคกิ้งโซดา                                                1 ช้อนชา
เกลือ                                                      1/4 ช้อนชา
กลิ่นวานิลา                                                 1 ช้อนชา
ไข่ไก่                                                         1 ฟอง
ช็อกโกแลต Hershey’s                       150 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสับหยาบ             100 กรัม

วิธีทำ
1. ตั้งเตาอบไฟฟ้า FAGOR ที่โปรแกรมไฟบนไฟล่างที่อุณหภูมิ 170oC นานประมาณ 30 นาที เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการพร้อมก่อนนำคุ้กกี้เข้าอบ
2. ร่อนแป้ง , เบคกิ้งโซดา และเกลือ เข้าด้วยกันพักไว้
3. ตีเนยสดและคริสโกบัตเตอร์เฟเวอร์ชอร์ทเทนนิ่งให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมอาหาร FAGOR SP-251
4. ใส่น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายแดง ตีให้เข้ากันดี ใส่ไข่ไก่ และกลิ่นวานิลา ตีให้ส่วนผสมเข้ากันดีแล้วปิดเครื่อง
5. ใส่ส่วนผสมแป้ง (ข้อ 2) ใช้พายยางคนตะล่อมให้เข้ากัน
6. ใส่ช็อกโกแลตชิพและเม็ดมะม่วงหิมพานต์คนให้เข้ากันทั่ว
7. ตักส่วนผสมหยอดใส่ถาดที่ทาเนยขาวไว้แล้ว
8. นำเข้าเตาอบไฟฟ้า FAGOR ใช้โปรแกรมไฟบนไฟล่างที่อุณหภูมิ 170C ประมาณ 12 - 15 นาที

สูตรโดย ฟากอร์ แฟมิลี่คลับ

 

3月19日

Utopai

ปายยยยยยยยย...กะกมลา       
           ปาย...เป็นเมืองเล็กๆที่น่าอยู่ อยู่ท่ามกลางหุบเขา สายน้ำ ธรรมชาติ และเพลงแจ๊ซ
การเดินทางไป เรานั่งรถตู้จากเชียงใหม่ที่สถานีอาเขตต์คนละ 150 บาท กว่าจะถึงก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะต้องผ่านทางโค้งที่ขึ้นเขา ลงเขา เบ็ดเสร์จแล้วประมาณ 700 กว่าโค้ง (ปวดคอมาก)แอบเมารถด้วยล่ะ โชคดีที่ตอนนั่งรถไปเป็นเวลาค่อนข้างเย็นมากแล้ว เราก็เลยเห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน บนเขาสูง สวยมากเลยแหละ นั่งรถประมาณ 3ชั่วโมง พอไปถึงก็ค่ำแล้วก็เลยเข้าที่พักกันเลย
 
ที่พัก เราพักกันอยู่ที่ "บ้านปายนา"อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณกม.นึง ราคาก็ย่อมเยาว์คืนละ 250 บาทนอนได้ 2คน บ้านที่พักเป็นอะไรที่ประทับใจมาก เราได้อยู่กระต๊อบที่ชื่อ "บ้านข้าวสาร" เรียกได้ว่าเป็นกระต๊อบหลังเล็กๆทำจากดินเหนียวแดง ผสมต้นไผ่ ภายในมีเพียงฟูกหนึ่งอัน หมอนสองใบ ผ้าห่มหนึ่งผืน และดวงไฟสลัวๆหนึ่งดวง มีมุ้งกางให้ด้วย พี่เจ้าของบ้านใจดีมาก พอมาถึงเค้าก็เอาชามาให้บอกนู่นนี่ ว่าห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่นอยู่ไหน สภาพรอบๆบ้านเป็นทุ่งนา ข้างหลังก็เป็นภูเขา หรือเรียกได้ว่าเป็น Mountain View
 
ตอนเช้าเรากะเพื่อนก็เริ่มออกไปตระเวณเมืองปายจริงๆจังซะที สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่รอบๆก็มี หมู่บ้านสันติชล เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่นี่ก็มีขายอาหาร ขายน้ำชา มื้อกลางวันนั้นเราได้กินก๋วยเตี๋ยวยูนนาน กะหมั่วโถวทอด ก็อร่อยดี หลงจากนั้นก็ตระเวณไป "ปายแคนย่อน" เค้าบอกว่าเหมือนแกรนแคนย่อนอันเล็กๆ (เล็กจิงๆด้วย) "สะพานประวัติศาสตร์สงครามโลก" เป็นสะพานเหล็กคล้ายๆที่เห็นที่กาญจน์แต่อันเล็กกว่ามาก แล้วเราก็ไป "โป่งน้ำร้อนท่าปาย"ที่นี่มีบ่อน้ำร้อนให้อาบท่ามกลางป่าเขา แต่เราไม่ได้อาบกันหรอก ได้ไปต้มไข่กินแทน ไข่ที่ได้ก็เป็นไข่แบบยางมะตูม เพราะน้ำร้อนแค่ 80 องศา พอออกมาจากโป่งน้ำร้อน ก็ไปดูวิวเมืองปายกันบน"วัดพระธาตุแม่เย็น"จากจุดนี้จะมองเห็นเมืองปายโดยทั่ว เที่ยวรอบๆเสร็จ เราก็กลับเข้าไปเที่ยวในเมืองกัน
 
บรรยากาศในเมืองเนี่ยค่อนข้างเหมือนถนนข้าวสาร แต่คนไม่พลุกพล่านเท่า แล้วเราก็ไปนั่งดื่มน้ำชากะขนมเค้กที่ร้าน "All about Cafe" เป็นร้านที่อยู่ในฉากหนังเรื่อง "รักจัง"ด้วย สักพักก็ไปร้าน "มิตรไทย"ที่อยู่ตรงข้ามเป็นร้านขายของที่ระลึก ได้ซื้อโปสการ์ดสามใบ กะเสื้อยืดตัวนึง ซึ่งโปสการ์ดที่เขียนส่งมาให้ตัวเองนั้น ตอนนี้เรายังไม่ได้รับเลย ไม่รู้ไปตกหล่นอยู่ไหน เสร็จแล้วก็เดินไปดูร้านขายโปสการ์ดอีกร้านใกล้ๆ ที่ร้านนั้นเค้ามีรับวาดรูปในกระดาษโปสการ์ดด้วยก็ไปนั่งให้เค้าวาด คนละ30 บาทนั่งรอวาดประมาณ 5นาที ก็เสร็จ แล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ ผ่านร้านลูกชิ้นปิ้งเห็นคนขายก็รู้สึกคุ้นๆหน้า เพราะเป็นคนเดียวกะที่เห็นเสริฟน้ำอยู่ที่ all about cafe ซื้อลูกชิ้นปิ้งแล้วเราก็เดินไปดูพระอาทิตย์ตกกัน แต่พอไปถึงพระอาทิตย์ก็ตกหลังเขาไปแล้ว จึงมองไม่เห็นได้แต่ถ่ายรูปกันอยู่ท่ามกลางแสงสลัวๆ เสร็จแล้วเราก็ไปกินข้าวเย็นกัน มื้อนี้ไปกินที่ร้านอะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้แต่อาหารก็อร่อยดี แต่ช้ามากกว่าจะได้ แล้วเราก็ไปเดินดูของที่ชาวบ้านเอามาขาย ส่วนใหญ่ก็มีแต่ของที่ระลึก กระเป๋า หมวก ประมานเนี่ย หลังจากนั้นก็กลับที่พัก อาบน้ำ นอนเล่น แล้วก็เข้านอน อากาศดีมากเลย กำลังเย็นสบายๆ แต่ตอนเช้ามืดจะค่อนข้างหนาว
วันรุ่งขึ้น ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเพลงแจ๊ซ ตื่นมาก็ค่อนข้างสาย เลยต้องรีบอาบน้ำ เก็บของ กินข้าว แล้วก็รีบไปที่สถานีรถเพื่อขึ้นรถให้ทันรอบเที่ยง แต่ไปถึงรถรอบนั้นเต็มก่อน เลยต้องรอรอบต่อไปตอนบ่ายสอง ระหว่างนั้นก้อไปเดินเล่น ซื้อของ กินข้าวซอย แล้วก็กลับ ถึงเชียงใหม่ประมาน 6โมงเย็น รอขึ้นเครื่องกลับตอนสามทุ่ม ถึงกรุงเทพประมานเที่ยงคืน
เป็นอันว่าทริปนี้ก็จบลงอย่างสวัสดิภาพ เฮ้อ...
 
 
列表